เที่ยวเพชรบูรณ์ กรมพระยาดำรงฯ ทรงเล่า เคยมีพระปรางค์สามยอดที่เมืองศรีเทพ ในวาระที่เมืองศรีเทพได้รับการประกาศเกียรติจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม อันถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 7 ของประเทศไทย
ในหนังสือเก่า เผยแพร่สมัย พ.ศ. 2504 ของ องค์การค้าของคุรุสภา ชื่อ "อธิบายถึงเรื่องเที่ยว เที่ยวทะเลตะวันออก เที่ยวมณฑลเพชรบูรณ์ เที่ยวน้ำตกเจ้าอนัมก๊กที่เกาะกูด เที่ยวไทรโยค" ที่รวบรวมเรื่องราวท่องเที่ยวของเชื้อพระวงศ์ในช่วงรัชกาลที่ 5 มีอยู่ตอนหนึ่ง เป็นพระนิพนธ์ ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง "เที่ยวมณฑลเพชรบูรณ์"
การเดินทางไปมณฑลเพชรบูรณ์ในเวลานั้น หากเดินทางด้วยเรือไปตามลำน้ำสัก (คือแม่น้ำป่าสัก) ก็ต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือน หากใช้การเดินเท้า จะใช้เวลาเพียง 11 - 12 วัน ก็จะถึงเพชรบูรณ์ แต่คณะเดินทางเลือกเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ไปขึ้นบกที่พิจิตร (บางมูลนาค) แล้วเดินบกตัดไปเมืองเพชรบูรณ์ ขากลับล่องแม่น้ำป่าสัก ลงมายังเมืองสระบุรี
ในสมัยนั้น คนพิจิตรไม่มีใครอยากเดินทางไปเพชรบูรณ์ เพราะมีไข้ป่าชุกชุม น่าหวาดกลัว ส่วนมากมักเดินทางค้าขายเที่ยวเล่นไปทาง กำแพงเพชร สุโขทัย เป็นเรื่องปกติ พวกพิจิตรที่ไปกับคณะเดินทางจากบางมูลนาค ถึงกับกราบไหว้อ้อนวอนกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขอไม่เดินทางติดตามจนถึงเขตติดต่อระหว่าง พิจิตร-เพชรบูรณ์ ส่วนชาวบ้านบนเขาสูง เช่น บ้านกระปาง ซับมาแสน พรมแดน พิจิตร-เพชรบูรณ์ กลับหวาดกลัวจะเดินทางไปเมืองพิจิตรเช่นกัน มักชอบท่องเที่ยวค้าขายไปทาง หล่มสัก เพชรบูรณ์ มากกว่า
คณะเดินทางต้องข้ามป่าดงดิบเทิอกเขาบรรทัด ที่เปรียบได้กับดงพระยาไฟ จึงเข้าสู่เขตเมืองเพชรบูรณ์อย่างปลอดภัย
รวบรัดตัดความมาถึงเมืองศรีเทพ หลังคณะเดินทางออกจากเมืองเพชรบูรณ์ด้วยเรือ ล่องลงมาตามแม่น้ำป่าสักที่คดเคี้ยวอย่างมาก ขึ้นฝั่งที่ท่า (บ้าน) นาตะกุด ทางตอนใต้ของเมืองศรีเทพ ชาวศรีเทพช่วยกันกราบทูลถึงเมืองโบราณ (เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองอภัยสาลี) วันรุ่งขึ้น คณะเดินทางจึงออกเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อไปยังเมืองศรีเทพ
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระอธิบายในพระนิพนธ์ เล่าถึง พระปรางค์สามยอด (น่าจะหมายถึงปรางค์สองพี่น้องในปัจจุบัน) ปรางค์ประตู (หมายถึงปรางค์ศรีเทพ) และสระปรางค์ (ยังชื่อสระปรางค์ในปัจจุบัน)
ภาพจากเว็บไซต์ อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง กรมศิลปากร
สำหรับสภาพขององค์พระปรางค์ทั้งสอง สมเด็จฯ ทรงมีพระอธิบายไว้ว่า คล้ายคลึงกับเมืองพิมาย วัดพนมวัน ที่จังหวัดนครราชสีมา ฐานปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงปนหินทราย ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐ (ดังที่เห็นสภาพปัจจุบันทุกประการ) หินประดับลวดลายองค์ปรางค์ดูคล้ายวัดศรีสวาย เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กับเทวสถาน ที่จังหวัดลพบุรี (ใกล้พระปรางค์สามยอด) ตามสายพระเนตรของผู้ทรงพระนิพนธ์
ภาพจากเว็บไซต์ อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง กรมศิลปากร
แต่ สมเด็จฯ ทรงพระนิพนธ์ถึงปรางค์องค์หนึ่งว่าเป็น พระปรางค์สามยอด ซึ่งไม่มีปรากฎในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองศรีเทพปัจจุบัน มีเพียงปรางค์สองพี่น้อง ที่ดูคล้ายว่าปรางค์ด้านขวาได้พังทลายลง ชั้นฐานปรากฏบางส่วน เหลือเพียงปรางค์องค์กลางที่มีขนาดใหญ่ และปรางค์ด้านซ้ายที่ถล่มลงถึงช้ันคูหา
เป็นไปได้ไหมว่า ในสมัย รัตนโกสินทร์ศักราช 120 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทอดพระเนตรเห็น พระปรางค์สามยอด ในเมืองโบราณศรีเทพ เป็นเพราะองค์พระปรางค์เล็กทั้ง 2 ยังไม่ถล่มลง
ส่วนชื่อ "ปรางค์สองพี่น้อง" น่าจะเป็นชื่อที่ถูกเรียกจากลักษณะที่พบเห็นได้ หลังจากองค์ปรางค์ได้ถล่มลงแล้วนั่นเอง
