เที่ยวอยุธยา ไหว้หลวงพ่อวัดมงคลบพิตรดีต่อใจ กราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 1 ใน 8 องค์ สมัยปลายอยุธยา บอกแบบนี้ ไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีหลักฐานด้วยครับ
ในเอกสารค้นพบจากหอหลวง ชื่อ คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม (ชวนสับสนได้ตลอด นึกว่าเล่มเดียวกันกับ คำให้การขุนหลวงหาวัด) ในบท "ว่าด้วยสิ่งซึ่งเป็นหลักเป็นประธานเป็นศรีในพระนคร" เรียกหลวงพ่อมงคลบพิตรว่า พระพุทธสยมภูวญาณโมฬี ระบุว่าเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ (ที่จริงคือปางมารวิชัย ศิลปะแบบสุโขทัยผสมอู่ทอง) หน้าตัก 16 ศอก (ประมาณ 8 เมตร แต่ปัจจุบันวัดได้ 9.55 เมตร) หล่อด้วยทองเหลือง (ที่จริงเป็นพระก่ออิฐถือปูน เฉพาะเศียรบุทองสำริด) อยู่ในพระมหาวิหารยอดมณฑปในวัดสุมงคลบพิตร เชื่อกันว่า หมายถึงพระใหญ่วัดมงคลบพิตรองค์นี้เองครับ
ในสมัยปลายอยุธยา ชาวบ้านชาวช่องเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธานุภาพสูงอันกับต้นๆ ของกรุงศรีอยุธยา
เดิมพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปนั่งกลางแจ้ง ส่วนวิหารหลังปัจจุบันสร้างขึ้นในภายหลัง แม้ปัจจุบัน ยังปรากฏเพียงวิหารใหญ่หลังเดียว ไม่มีพระอุโบสถ เจดีย์ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด และอยู่ห่างออกมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์
รูปร่างหน้าตาวิหารเดิม คงเป็นวิหารทรงยอดมณฑป คล้ายมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี เพราะโปรดให้สร้างโดยพระเจ้าทรงธรรม (คำให้การชาวกรุงเก่า เรียกพระเจ้าติโลกนาถ) เช่นเดียวกัน ด้วยในรัชสมัย เพิ่งค้นพบพระพุทธบาท สระบุรี โดยนายพรานผู้หนึ่ง พระเจ้าทรงธรรมโปรดเสด็จพระพุทธบาท สระบุรี ตลอดรัชสมัย จนภายหลังเห็นว่าขุนนางอำมาตย์ต้องเดือดร้อนเหน็ดเหนื่อย จึงเสด็จเพียงนานครั้งเท่านั้น
ในสมัยพระเจ้าทรงธรรมนี้เอง มีหลักฐานว่า โปรดให้เคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อมงคลบพิตร จาก ฝ่ายตะวันออกมายังฝ่ายตะวันตก แล้วให้สร้างมณฑปไว้ ตีความกันว่า ย้ายจากทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง มาประดิษฐานใหม่ทางทิศตะวันตก ปัจจุบัน วิหารพระมงคลบพิตรอยู่ทางทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ (ซึ่งเป็นวัดภายในพระราชวังหลวง)
จึงเชื่อกันแน่ ว่าสร้างก่อนสมัยพระเจ้าทรงธรรม
แต่บางฝ่ายก็เชื่ออีกว่า หลวงพ่อมงคลบพิตรอาจถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรในพระบรมโกศ แต่สร้างไม่แล้วเสร็จ ตราบจนสิ้นรัชกาล ล่วงถึงสมัยพระราชโอรส คือพระเจ้าทรงธรรม ได้สานต่อการสร้างพระใหญ่ใกล้พระราชวังหลวงจนสำเร็จลงได้
พระเจ้าทรงธรรม เป็นกษัตริย์อยุธยาที่ครองแผ่นดินโดยผาสุก ตลอดรัชสมัยบ้านเมืองไร้ศึกสงคราม ทรงใฝ่พระทัยในการศาสนาและวรรณกรรม บำเพ็ญเมตตาบารมี กล่าวกันว่า ผู้ใดกระทำความผิดร้ายแรง ต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต พระองค์ก็ทรงลดหย่อนผ่อนโทษให้ ที่ได้รับโทษเพียงสถานเบา ก็โปรดให้ผ่อนผันละเว้นโทษที่ไ่ด้รับเสีย
เมื่อเราเดินสู่วิหารพระมงคลบพิตร จะพบวัดชีเชียง ที่ปรากฎทรากโบราณสถานทางซ้ายมือ เป็นวิหารแกลบ (วิหารขนาดเล็ก) เพียงหลังเดียว เชื่อกันว่า สร้างในสมัยพระไชยราชา กษัตริย์อยุธยาในช่วงต้นกรุงศรีฯ
พระมงคลบพิตร สมัยรัชกาลที่ 5 ภาพจากหนังสือของ อองรี มูโอต์
ในสมัยพระเจ้าเสือ มีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุฟ้าผ่าลงวิหารพระมงคลบพิตร หลังคาวิหารถึงกับถล่มลง องค์หลวงพ่อมงคลบพิตรได้รับความเสียหาย เศียรหักพังลงกองกับพื้น และได้เกิดเหตุทำนองเดียวกันนี้อีกครั้งในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
หลังสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกกองทัพพม่าเผาทำลาย หลังคาวิหารจึงถล่มลงอีกครั้ง คราวนี้ยอดเศียรกับพระกรข้างขวาหักพังลง กว่าจะได้รับการบูรณะ ล่วงมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระยาโบราณราชธานินทร์เป็นแม่งานสำคัญ ในการซ่อมแซมองค์หลวงพ่อมงคลบพิตรอีกครั้ง
วิหารพระมงคลบพิตร สมัย พ.ศ. 2499 ภาพจาก สมุดภาพกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพุทธศักราช 2500
วิหารมงคลบพิตรเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่ง ที่ได้รับอานิสงค์จากโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานทั่วเมืองไทย ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยเฉพาะพระวิหารและองค์พระมงคลบพิตร ได้รับทุนจากรัฐบาลพม่าในการซ่อมแซมถึง 200,000 บาท หลังจากนายกรัฐมนตรีของพม่าได้เดินทางมาไหว้ขอขมาโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว
เที่ยวอยุธยา อย่าลืมกราบไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ ก่อนกลับเดินเที่ยวตลาดวัดมงคลบพิตร ศูนย์รวมสินค้าหลากหลายประเภท โรตีสายไหมก็หาทานได้ จะซื้อของทานเล่นของฝาก เสื้อผ้าหน้าผม มีครบถ้วนทุกอย่างครับ
