พิพิธภัณฑ์เมืองพังงา แหล่งเรียนรู้ประจำจังหวัด จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเชิงศึกษาแต่ละพื้นที่ ไปเที่ยวที่ไหนๆ จังหวัดไหนๆ ต้องรู้จักจังหวัดนั้นๆ หรือได้ข้อมูลความรู้กลับมาบ้าง ไม่มากมายก็สักนิดๆ หน่อยๆ โดยจุดเริ่มต้นที่ดี คือ พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด สำหรับพังงามีพิพิธภัณฑ์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สังคมได้อยางดี นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เมืองพังงา อยู่ข้างๆ เขาช้างนั่นเอง
เฉพาะตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ก็เก่าแล้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2473 เคยถูกใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน เรียกกันว่า ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เป็นอาคารชั้นเดียว ยาว 60 เมตร หลังคาปั้นหยา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนพื้นปูไม้ ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากรประกาศเป็นเขตโบราณสถานของชาติแล้วเรียบร้อย
พังงาเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองหลายอย่าง เช่นคำว่า เป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์อธิบายไว้ว่า เป็นจังหวัดที่อยู่ในภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน แบ่งได้เพียง 2 ฤดู คือร้อนกับฝนเท่านั้น เดือนมกราคม-เมษายนคือหน้าร้อน นอกจากนั้นคือหน้าฝนที่ยาวนานถึง 8 เดือนด้วยกันครับ ที่จริง sookjai วันหยุด เดินทางไปจังหวัดพังงาในช่วงเดือนแห่งความรัก ฝนตกตั้งแต่พังงาถึงภูเก็ตเลยครับ
นอกจากนี้พังงายังเป็นแหล่งอุดมด้วยแร่ธาตุ ที่สำคัญสุดๆ คือ ดีบุก อย่างที่รู้กันว่า พังงาเป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมดีบุกมาอย่างยาวนาน แต่นอกจากดีบุกแล้ว ยังมี ทองคำ เพทาย แร่ธาตุอื่นๆ รวมถึง ยูเรเนียม อีกด้วยครับ
ถึงแม้ดีบุกจะถูกขุดจนแทบหมด แต่ ตระกรันดีบุก หรือ สะแหลกดีบุก ที่เป็นผลพลอยได้จากการถลุงแร่ดีบุกในอดีต มีแร่แทนทาไลต์ผสมอยู่ ใช้ทำอาวุธสงครามเช่น หัวจรวดนำวิถี ขีปนาวุธ หรือแม้แต่ ยานอวกาศ เป็นเพราะ แทนทาไลท์ ทนต่อความร้อนเผาไหม้และการเสียดสีกับอากาศได้ดีมาก
พิพิธภัณฑ์เมืองพังงายังให้ความรู้เกี่ยวกับรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งก็คือ รอยแตกในเปลือกโลก ประเภท รอยเลื่อนมีพลัง ที่สามารถเกิดการเคลื่อนที่ (แผ่นดินไหวใต้น้ำที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ) ซึ่งจะต้องเคลื่อนอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกระยะเวลา 10,000 ปี รอยเลื่อนคลองมะรุ่ยมีความยาวตั้งแต่พังงาจนถึงภูเก็ต ประมาณ 148 กิโลเมตร พาดผ่านทั้งพื้นที่บนบกและใต้ทะเลครับ
คำถามสำคัญ พังงามีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อไร ในแง่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ยุคที่ยังไม่มีตัวอักษรใช้) พังงาก็มีอยู่หลายแห่ง มักจะอยู่ตามถ้ำตามภูเขา เช่น เขาช้าง เขาเขียน ถ้ำพระ ฯลฯ ดังนั้นจึงมีมนุษย์ตั้งหลักแหล่งมาอย่างยาวนาน สันนิษฐานว่าอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ 10-20 คน ใช้เครื่องมือหิน นุ่งห่มหนังสัตว์ หาปลาล่าสัตว์ และมักเขียนภาพผนังถ้ำด้วยแร่เฮมาไทต์ ที่มีสีแดง, น้ำตาล
รวมถึงการเป็นเส้นทางข้ามคาบสมุทรในยุคประวัติศาสตร์ (เส้นทางสายไหมทางทะเล) บ้างว่า 1 ใน 4 เส้นทางสำคัญที่สุด อาจเดินทางจาก โบราณสถานทุ่งตึก เกาะคอเขา ผ่าน อ.ตะกั่วป่า (ตาโกลา, ตะโกลา) ดังที่พบโบราณวัตถุ เครื่องถ้วยเปอร์เซีย ลูกปัดจากตะวันออกกลางและอินเดีย มีการพบเทวรูปพระนารายณ์ทั้งที่เขาพระเหนอ และเขาพระนารายณ์ด้วย
ในสมัยรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำเมืองพังงา ครั้งเสด็จประพาสมณฑลภูเก็ต ถือเป็นพระแสงองค์สุดท้านก่อนเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลการปกครอง พ.ศ. 2475
สำหรับชื่อจังหวัดพังงา อาจเพี้ยนมาจาก กราภูงา หรือ ภูงา (ภู แปลว่า ภูเขา, งา แปลว่า ช้าง) ดังที่ปรากฎเขาช้างในจังหวัดนั่นเอง พิพิธภัณฑ์ยังบอกเล่าถึงชาติพันธ์ อาหารการกิน การแต่งกาย การละเล่น ประเพณี สถาปัตยกรรม อีกด้วยครับ
